Author

pomme

Browsing

ในยุคดิจิตอลที่ทุกสิ่งทุกอย่างขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว การศึกษาที่สามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ทั่วโลก ทำข้อสอบและจ่ายเงินผ่านธุรกรรมการเงินดิจิตอลได้อย่างง่ายได้ และแน่นอนว่าในด้านการค้าขายและทำธุรกิจที่การทำธุรกรรมการเงินนั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญมากที่สุด เพราะการชำระเงินต่างๆนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดอีกต่อไป การชำระเงิน โอน หรือแม้แต่การถอนเงินโดยไม่ต้องใช้บัตรก็สามารถทำได้แค่เพียงผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารที่เรามีบัญชีธนาคาร ไม่เพียงเท่านี้ การขอสินเชื่อต่างๆสามารถยื่นผ่านแอพพลิเคชั่นได้เลย เพราะธนาคารได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI มาปรับใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่นที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆของลูกค้าและแนะนำสินเชื่อที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจนั้นได้ แน่นอนว่าธุรกรรมการเงินดิจิตอลนั้นมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่ ที่ทุกอย่างนั้นทำได้ผ่านเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้และมีความรวดเร็ว แต่มองในอีกมุมหนึ่ง ปัญหาที่ตามมานั้นอาจจะส่งผลกระทบที่รวดเร็วต่อธุรกิจได้หากเกิดปัญหาหรือความขัดข้องต่างๆ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นผู้ประกอบการและผู้ทำธุรกิจจะต้องหาแนวทางป้องกันโดยการรับมือปัญหาธุรกรรมการเงินดิจิตอลอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับข่าวสารที่จะต้องถูกต้องชัดเจนตรวจสอบข่าวนั้นได้ว่าไม่ใช่เฟคนิวส์ เพื่อไม่ให้เราตื่นตระหนกและส่งผลต่อธุรกิจ เช่น การแอบอ้างชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ประชาชนหลงผิด รวมทั้งการจัดทำเอกสารปลอม การปล่อยระบบเงินภายในประเทศ ซึ่งธปท. เองนั้นได้ออกมาเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อหากได้รับการติดต่อโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธปท. ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ไลน์อีเมล์และแจ้งว่ามีความผิดปรกติเกี่ยวกับข้อมูลทางการเงินของลูกค้าซึ่งเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินและให้ทำการโอนเงินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ประชาชนสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน หากเราไม่มั่นใจเรื่องข่างการเงินเราสามารถโทรสอบถามโดยตรงได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน1213 นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงและเคยชินที่เป็นภัยต่อ Mobile Banking เช่น ใช้ PASSWORD เดิมไม่เคยเปลี่ยน ไม่หมั่นตรวจสอบรายการทำธุรกรรม และใช้ WIFI สาธารณะทำธุรกรรมทางการเงิน อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ Digital Banking ในประเทศไทย

สังคมไร้เงินสด ในยุคดิจิทัลที่แทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะไม่ว่าจะทำธุรกรรมใดๆเราก็สามารถทำผ่านแค่ปลายนิ้ว ผ่านสมาร์ทโฟน Mobile App E-wallet ได้แทบทุกที่และทำได้ทุกคนที่มีบัญชีธนาคารหรือมีพร้อมเพย์ ร้านค้าร้านอาหารต่างก็มีบริการระบบจ่ายเงิน ชำระเงินผ่าน QR code ซึ่งสร้างความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก อีกทั้งทุกการจ่ายและชำระเงินนั้นก็จะบันทึกลงไปอย่างอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบการโอนได้แบบ real time ไม่ต้องคอยเช็ค Bank book ให้เสียเวลา กล่าวได้ว่าระบบธุรกรรมดิจิทัลนั้นได้เข้ามามีบทบาทกับสังคมไทย ทุกธนาคารนั้นต่างก็มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการทำธุรกรรมนอกจากนั้นแล้วก็ยังมีแอพพลิเคชั่นทางเลือกอื่นๆที่เข้ามาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องการจองตั๋วหนัง การเติมเงินมือถือ หรือ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปโภค บริโภคต่างๆ แต่ถ้ามองในเรื่องการทำธุรกิจ แน่นอนว่า ระบบธุกรรมดิจิทัลนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดและขนาดใด ออนไลน์ออฟไลน์ ต่างก็ต้องใช้ความรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะทุกกระบวนการของธุรกิจนั้นขับเคลื่อนด้วยต้นทุน หากมีความขัดข้องทางการเงิน อาจทำให้ธุรกิจนั้นติดขัดและมีปัญหาได้ ระบบธุรกรรมดิจิทัล ระบบธุรกรรมดิจิทัล ช่วยส่งเสริมให้การทำธุรกิจนั้นมีความมั่นคงขึ้น เพราะได้อำนวยความสะดวกให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคม พฤติกรรมผู้บริโภค และเศรษฐกิจโลก จากผลสำรวจธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการ Mobile Banking ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการ Mobile Banking มากกว่า 37 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วกว่า 11 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นความนิยมของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นต่อบริการนี้ อันเป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นถึงการก้าวสู่ความเป็น 4.0 และสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ของประเทศไทยอีกทั้งยังเกิดการสร้างธุรกิจอย่างมั่นคงผ่านระบบธุรกรรมดิจิทัล และหากดูในกลุ่มธุรกิจที่สำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างธุรกิจ e-Commerce พบว่าแต่ละธนาคารพัฒนาระบบ Mobile Banking ให้สามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ–ผู้ขายสินค้าออนไลน์ รวมทั้งการพัฒนาระบบและฟีเจอร์ให้ครอบคลุมทุกวงจรการทำธุรกิจของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซมากที่สุด…

การที่เราจะประสบความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น เราต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเท เรียนรู้ปรับปรุงวิธีการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องการทำธุรกิจก็เช่นกัน แต่เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะเงินทุนที่ลงทุนไปนั้นจะต้องถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาด การทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพราะถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว การขายสินค้าหรือทำธุรกิจ อาจจะยากที่จะมีคนเข้าถึงได้ง่าย ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจออนไลน์ จึงได้นำกลยุทธ์ในการขายออนไลน์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเภทของธุรกิจนั้นๆ เคล็ด(ไม่)ลับเพิ่มยอดขายผ่านธุรกิจระบบออนไลน์นั้น เริ่มได้ไม่ยากหากเราเข้าใจว่า สินค้าของเรานั้นกลุ่มลูกค้าหลักคือใคร และเจาะกลุ่มหลักเหล่านั้นให้ถูกต้อง หากสินค้าของเราคือ ของเล่นเด็ก เราก็สามารถเจาะกลุ่มพ่อแม่มือใหม่ โรงเรียนต่างๆได้ จากนั้นเราต้องหาจุดเด่น ความเป็นอัตลักษณ์ของสินค้าของเราว่ามีจุดเด่นอย่างไรบ้าง เช่น สินค้าของเรานั้นผลิตด้วยกระบวนการปลอดสารเคมี และมีมาตรฐานสากลรับรอง แน่นอนว่าผู้บริโภคและลูกค้านั้นยินยอมที่จะจ่ายสูงกว่าเพื่อได้สินค้าที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ขั้นตอนต่อมาคือ การทำการตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการทำ Remarketing ที่ทำให้คนที่เคยเข้าชมสินค้าและเว็บไซต์ของเรานั้นได้เห็นสินค้าเราอยู่เสมอ เพราะเราได้ใส่ tracking code ลงไป การทำ Google Ads ที่ทำให้ได้ลูกค้าใหม่ๆผ่านหน้าเว็บ Google ซึ่งเราอาจจะต้องวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่เราต้องการให้ถูกต้อง และราคาจะต้องสมเหตุสมผล การทำ SEO ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นถูกค้นพบในหน้าแรกๆของ Google ผ่านคีย์เวิร์ดที่เราใส่คอนเทนต์ลงไปตามแบ็กลิงค์ต่างๆที่เราสร้างขึ้น ข้อดีของ SEO คือ เว็บไซต์ของเราจะอยู่นานในหน้า Google และมีความยั่งยืนและน่าเชื่อถือมากกว่า แต่ข้อเสียคือ เวลาในการทำนั้นอย่างน้อยสามถึงหกเดือนถึงจะเห็นผลลัพธ์ หากเราเปิดขายผ่านแพลตฟอร์มในเฟสบุคหรืออิสตาแกรม เราก็ยังสามารถที่จะทำโฆษณาผ่านช่องทางนั้นได้ สิ่งสำคัญในการช่วยเพิ่มยอดการขายก็คือ การถ่ายรูปสินค้าให้มีความน่าสนใจและดึงดูด ยิ่งภาพที่เรานำเสนอนั้นสวยงามน่าสนใจมากเท่าไร เราก็ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น การรีวิวก็เป็นิสิ่งที่เพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะการรีวิวจากลูกค้าผู้ใช้จริงยิ่งตอกย้ำคุณภาพสินค้านั้นๆ การจัดโปรโมชั่นต่างๆที่ดึงดูดทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ซึ่งถือเป็นการตอบแทนลูกค้าที่คอยให้การสนับสนุนกัน และขั้นตอนการบริการลูกค้าที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก ใส่ใจลูกค้าในที่นี้คือ หากลูกค้ามีปัญหาใดๆเราควรที่จะให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือตามขอบเขตที่เรานั้นรับมือได้ แค่เพียงเราวางแผนทั้งการขาย การตลาดและการดูแลหลังการขายอย่างเป็นระบบ เราก็จะได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นและทำให้ธุรกิจการขายออนไลน์ของเราค่อยๆเติบโตอย่างมั่นคง อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 9…

การทำตลาดออนไลน์ ผู้ประกอบการและผู้ค้าขายผ่านออนไลน์นั้น ต่างก็กังวลทั้งเรื่องการแข่งขันของการขาย เรื่องการโฆษณาที่จะทำอย่างไรให้คนเห็นสินค้าและการบริการของเราได้อย่างทั่วถึงและมากที่สุด ตัวช่วยเรื่องการทำการตลาดออนไลน์จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะโฆษณาสินค้าและการบริการต่างๆแล้ว ยังสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้อีกด้วย เพราะทุกอย่างนั้นถูกบันทึกและเชื่อมโยงกัน เราจึงสามารถนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ถึงปัญหาได้อย่างตรงจุด เช่น หากเรามีเว็บไซต์ไว้สำหรับขายของ มีผู้เข้ามาชมเว็บไซต์เราในจำนวนหลายคนต่อวัน แต่ conversion นั้นแทบไม่มีเลย เราก็สามารถทราบได้เบื้องต้นว่า เว็บไซต์ของเราอาจจะยังไม่ดึงดูดและมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่ไม่สามารถตอบโจทย์การซื้อสินค้าของลูกค้าได้ ดูค่า bounce rate ว่าเกิดจากอะไร หลังจากนั้นก็นำมาปรับปรุงเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รูปแบบและภาพของสินค้านั้นน่าสนใจและดึงดูดมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์อย่างไร้กังวล ความกังวลใจที่มาพร้อมกับการแข่งขันสูงของสินค้าและราคา ซึ่งเราจะต้องทำการตลาดอย่างดี วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของเราและคู่แข่งอย่างเป็นธรรม หาความแตกต่างลักษณะเฉพาะตัวของสินค้าและการบริการของเราที่จะสร้างความเป็นแบรนด์และเรื่องราวที่ผู้คนสามารถอินไปกับสตอรี่นั้นได้ สินค้า การบริการของเราก็จะทำให้ผู้คนสนใจและจดจำได้ เมื่อลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราแล้ว ก็จะเกิดการซื้อซ้ำและการบอกต่อ เนื่องจากการขายของออนไลน์นั้น ไม่มีค่าบริการของการเช่าสถานที่ ร้านค้าในการขายสินค้า เราจึงนำงบประมาณตรงนี้มาสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพได้ ด้วยการโพสต์สินค้า และลงตามเว็บไซต์ที่มีผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้สามารถถูกค้นห้าได้ในหน้าแรกๆของเว็บสืบค้นอย่าง Google มีการรีวิวสินค้าอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และนอกจากนี้ยังมีการตอบแทนลูกค้าด้วยโปรโมชั่นต่างๆตามเทศกาล เพียงแค่เราใส่ใจในการขายของออนไลน์และลงมือทำอย่างต่อเนื่องในการโปรโมทสินค้า เราก็จะทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร้กังวลและสร้างความมั่นคงของธุรกิจออนไลน์ ทั้งการขายสินค้า การบริการต่างๆ อ่านเพิ่มเกี่ยวกับข้อกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปี 2018-2019 ผู้บริโภคนิยมซื้อของออนไลน์เป็นจำนวนมาก ห้างสรรพสินค้าต่างๆยังเป็นที่นิยมแต่ไว้แค่เพียงดูและลองสินค้าเท่านั้น การซื้อขายเสร็จสิ้นเมื่อลูกค้าเลือกที่จะสั่งออนไลน์และรอรับของที่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้าที่คนนิยมซื้อออนไลน์และยังมีอาหารและของใช้จำนวนมาก เพราะราคาที่ถูกกว่าและรวดเร็วในการจัดส่ง การโอนเงินทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนยิ่งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหนที่มีสัญญาณอินเตอร์เนท ก็สามารถโอนเงินไปได้ทุกที่ทั่วโลก การขายของออนไลน์นั้นจะต้องทำอย่างถูกต้องครบถ้วน เช่นมีการจดทะเบียนบริษัทและจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเครื่องหมาย DBD Registered รับรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ กลลวงในการซื้อของออนไลน์ กลลวงหลายๆอย่างที่มากับโลกออนไลน์คือ การทุจริตหลอกลวงสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้บริโภคเองนั้นจะต้องตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองก่อนว่า ร้านค้านั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ มีการรีวิวสินค้าทีได้รับอย่างไรบ้าง ระยะเวลาการขนส่งต่างๆใช้เวลานานเท่าไร เพราะบางร้านค้านั้นสั่งสินค้าจากต่างประเทศ จึงทำให้ผู้ซื้อต้องรอสินค้ายาวนานยิ่งขึ้นและอาจไม่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการใช้สินค้าด่วนหรือรีบเร่ง การโอนเงินชำระสินค้านั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการโอนผ่านธุรกรรมใดๆ ทั้งทางธนาคาร e wallet Mobile Banking เพราะชื่อบัญชีต่างๆจะต้องตรงกับที่ทางร้านส่งให้ หลักฐานการโอนเงินต่างๆจะต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น เราสามารถเอาหลักฐานเหล่านั้นไปแจ้งความได้ ข้อกฎหมายต่างๆที่ควบคุมและสิ่งที่เราควรรู้ มีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามเราควรติดต่อร้องเรียน กรณีสินค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์ชำรุด บกพร่อง หรือไม่ได้รับสินค้าเมื่อสั่งซื้อแล้ว เมื่อพบความบกพร่องของสินค้า เราควรถ่ายรูปสินค้าในทุกมุมเก็บไว้ และต้องติดต่อไปยังผู้ขายก่อน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงข้อบกพร่องของสินค้าและสอบถามถึงวิธีการเยียวยาความเสียหาย ถ้าเป็นการซื้อผ่านเว็บไซต์ก็จะมีขั้นตอนและเงื่อนไขในการรับผิดชอบของเว็บไซต์กำหนดไว้แล้ว สามารถติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ ถ้าเป็นการซื้อผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ต้องติดต่อไปยังพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นก่อน ถ้ามีปัญหาไม่สามารถเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้แล้ว จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับแจ้งเรื่องร้องเรียน เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือต่อไปในการร้องเรียนเราต้องเตรียมหลักฐาน ได้แก่ ใบสั่งซื้อสินค้าหรือคำสั่งซื้อสินค้า ข้อความสนทนาการซื้อสินค้าระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ข้อมูลร้านค้า หลักฐานการชำระเงิน ถ่ายรูปสินค้าและเก็บสินค้าไว้เป็นหลักฐาน นำหลักฐานทั้งหมดแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจท้องที่ เพื่อเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีข่าวสารที่สำคัญอื่นๆเช่น เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้ดำเนินโครงการระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ (e-Payment Portal of Government)…

อาชีพขายของออนไลน์นั้นอาจถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้ว หากเราสามารถจัดการระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว อาชีพนี้สามารถสร้างความมั่นคงทั้งรายได้และอิสระทางด้านเวลาให้เราเป็นอย่างมาก เพราะเราไม่ต้องตื่นไปทำงานตามเวลาของสำนักงาน แต่เราเลือกเวลาที่จะทำงานได้ สิ่งสำคัญคือ ใจรักและความทุ่มเท เพราะธุรกิจที่เราสร้างด้วยมือนั้น เราจะต้องเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง หากมีสิ่งใดติดขัดหรือขัดข้องเราจะต้องมีสติและแก้ปัญหาเหล่านั้นไปได้อย่างมีวิจารณญาน โดยเฉพาะการติดต่อกับลูกค้า เราต้องเจอลูกค้าหลากหลายแบบ ซึ่งอาจทำให้เรานั้นมีความเครียดได้ การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจออนไลน์ วิธีการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจขายของออนไลน์ที่ง่ายและได้ผลที่สุดนั่นคือ การเพิ่มช่องทางการขาย ที่นอกจากจะขายทาง Marketplace อย่าง Lazada และ Shopee แล้วเรายังอาจเพิ่มช่องทางการขายมากขึ้น ด้วยการเปิดหน้าร้านอีกขึ้นร้านหนึ่งขายผ่านช่องทาง Social Media อย่าง Facebook Line หรือ IG เนื่องจากการมีหน้าร้านทางดิจิตอลแบบหลาย ๆ ช่องทางนั้นช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และการเข้าถึงที่ง่ายนั้นทำให้ได้ผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้น แต่อาจจะมีปัญหาอื่นๆตามมาเพราะเราเปิดขายหลายช่องทาง ดังนั้นแล้วเราควรที่จะหาวิธีบริหารจัดการเพื่อการขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสับสน และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะปัจจุบันการขายของออนไลน์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความประหยัด ไม่ต้องเสียเงินในการเช่าหน้าร้าน ความประหยัดในการเดินทางของลูกค้า และความสะดวกที่แค่คลิกก็ได้ของที่ถูกใจส่งตรงถึงที่หมาย เราควรใส่ใจในการบริการดูแลลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น สร้างความน่าเชื่อถือว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ระบบการชำระเงินมีความปลอดภัย รวมถึงควรสร้างนโยบายรับประกันสินค้าเพื่อที่จะการันตีให้ลูกค้า ว่าสินค้ามีคุณภาพและมั่นใจว่าลูกค้าได้รับสินค้าแน่นอน อัพเดตความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ โดยทำการอัพเดตทำให้ลูกค้ารู้ว่าเรายังเปิดการขายอยู่และสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสินค้า การให้ความรู้ หรือการรีวิวต่างๆ และการตอบกลับอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นการระบุว่า การตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง แล้วเราสามารถทำให้ลูกค้าจพึงพอใจในการใส่ใจกับการซื้อของลูกค้า แม้ว่าจะมีคำถามในรูปแบบใดๆ ทั้งการจัดการระบบ การขายของและการจัดส่งตลอดจนการบริการลูกค้าทำให้เราขายของออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง อ่านเพิ่มเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์

ในยุคสมัยใหม่ที่หลายๆท่านไม่ใช่แค่เพียงทำงานประจำในออฟฟิศแต่ยังมีงานเสริมที่ทำควบคู่กันไปด้วย อย่างงานขายของออนไลน์ ที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะทำง่ายและสามารถทำพร้อมไปกับงานประจำได้ แต่การทำงานเสริมนั้นจะต้องไม่ไปรบกวนเวลางานประจำเพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม มีจำนวนผู้คนไม่น้อยที่เลือกลาออกจากงานออฟฟิศเพื่อมาทำงานขายของออนไลน์เต็มตัว การขายของออนไลน์นั้นเริ่มได้ไม่ยากหากเรามีใจรักในการขายของอยู่แล้ว เพราะจะต้องคอยตอบคำถามลูกค้าอยู่เสมอ อาจจะเป็นคำถามซ้ำๆ อย่างเช่น ราคาเท่าไร ลดได้หรือไม่ Platform และ Marketplace ต่างๆนั้นก็เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการขายของออนไลน์ เพราะง่ายต่อการเข้าถึงของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เราไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน หรือสร้างเว็บไซต์ให้ยุ่งยากอีกต่อไป หากมีการซื้อแลกเปลี่ยนต่างเงินตราก็สามารถแปลงค่าเงินได้ เพียงแค่สมัครบัญชีออนไลน์ขายของเท่านั้น สิ่งที่เราควรระมัดระวังในเรื่องการขายของออนไลน์คือ จะมีมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาเป็นลูกค้า ซึ่งเราจะต้องมีสติในการขายของและศึกษาข้อกฎหมายเบื้องต้น หากเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้นเราจะได้ป้องกันได้ทันท่วงที สมัครเป็นผู้ขายออนไลน์ที่ Shopee หากเราต้องการขายของหรือเปิดบัญชีนิติบุคคลผ่าน Shopee หรือ Lazada โดย Shopee นั้นเป็นแพลต์ฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์รูปแบบโซเชียล (Social Commerce) มีรูปแบบการทำตลาดแบบผู้บริโภคขายสินค้าระหว่างกันเอง (C2C) ต่างจากแพลต์ฟอร์มรายอื่นที่จะเป็นธุรกิจขายให้ผู้บริโภค (B2C) วิธีสมัครคือ ใช้เบอร์โทรศัพท์ Email หรือ Facebook ในการลงทะเบียน จากนั้นก็กรอก Username และ Password เมื่อมีบัญชีแล้ว ก่อนอื่นหากเราจะทะเบียนบริษัท การจัดตั้งบริษัท หรือนิติบุคคล จะต้องใช้ข้อมูลและเอกสารนั้นนั้นในการสมัครบัญชี รอให้ทาง Shopee ตรวจสอบเอกสารและอนุมัติบัญชีให้ใช้งานได้ จากนั้นเราสามารถใช้งานในส่วนของฟังก์ชั่นการขายสินค้าและวิธีขายของออนไลน์ แต่เราต้องเช็คกับทาง Shopee เกี่ยวกับเงื่อนไขสินค้าที่เราสามารถขายได้ ระบบ Shopee จะทำให้ลูกค้าโอนเงินมาที่ส่วนกลางผ่านบัญชีธนาคาร Mobile Banking และ E-wallet ได้ก่อน จากนั้นเมื่อของถึงมือลูกค้าแล้ว ลูกค้าจะกดโอนเงินให้แก่ผู้ขาย หรือหากยังไม่มีการกดโอนเงิน และระบบ…

ธุรกิจ SME ธุรกิจนั้นมีหลากหลายประเภทและแตกต่างกันไป ซึ่งก็มีทั้งขนาดใหญ่ กลาง เล็ก SME หรือ อีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจประเภท start-up ที่กำลังเป็นที่นิยมในการเริ่มกิจการต่างๆของนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ถ้ากล่าวถึงธุรกิจ SME เราจะนึกถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises = SMEs) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีจำนวนมากในประเทศไทย การทำบัญชีสำหรับธุรกิจ SME ผู้ประกอบการส่วนมากประกอบการในรูปแบบของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือกิจการร่วมค้า ซึ่งจะประกอบธุรกิจขายสินค้า ผลิตสินค้า หรือให้บริการ หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยมักจะใช้กำหนดลักษณะตามกฎกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดย SME นั้นได้ครอบคลุมกิจการ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ การผลิต (Product Sector) ครอบคลุมการผลิตในภาคเกษตรกรรม (Agricultural Processing) ภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing) และเหมืองแร่ (Mining) การค้า (Trading Sector) ครอบคลุมการค้าส่ง (Wholesale) และการค้าปลีก (Retail) และการบริการ (Service Sector) ผู้ประกอบการธุรกิจ SME จึงได้มีการทำบัญชีธุรกิจ SME ซึ่งมีข้อแนะนำในการทำบัญชีสำหรับ SME ดังนี้   จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเริ่มต้นด้วยการบันทึกทุกสิ่งที่ใช้จ่าย และบันทึกทุกอย่างที่ได้รับมา หักลบออกแต่ละวันส่วนที่เหลือคือกำไรต่อวัน กำไรต่อวันก็จะสะสมเรื่อย ๆ…

ความฝันของคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น Gen X, Y Z หรือ Alpha ต่างก็ต้องการมีธรุกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเริ่มทำให้ฝันเป็นจริงได้จะต้องเรียนรู้ขั้นตอนเกี่ยวกับการเปิดบริษัทใหม่ว่าจะต้องจดทะเบียน หรือดำเนินการจัดตั้งบริษัทรูปแบบของธุรกิจ เอกสารที่จะต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ซึ่งการจดทะเบียนบริษัทนั้น ขั้นตอนแรกคือการจองชื่อบริษัท โดยการจองชื่อบริษัทนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือ ไปจองด้วยตัวเองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเขตหรือสำนักงานพาณิชย์ประจำจังหวัดที่เราอาศัยอยู่ หรือ จองผ่านอินเตอร์เน็ต โดยจะต้องเข้าไปทำการสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการ ขั้นตอนต่อมาคือ การเตรียมข้อมูลสำหรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและการจดจัดตั้งบริษัท ซึ่งหนังสือบริคณห์สนธิ คือ ตราสารจัดตั้งนิติบุคคลชนิดหนึ่งที่กำหนดกรอบวัตถุประสงค์ของบริษัท มีไว้เพื่อระบุขอบเขตต่างๆของธุรกิจ อย่างไรก็ตามการจดทะเบียนการค้าต้องดูรูปแบบกิจการก่อนว่าสามารถจดได้หรือไม่ เช่น ธุรกิจประเภทบริการอย่างเดียว ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นร้านค้าได้ หรืออย่างร้านค้าออนไลน์ที่ลูกค้ากับเจ้าของร้านไม่มีโอกาสพบหน้ากัน ผู้ประกอบการบางคนอาจไม่ทราบหรือไม่ตระหนักถึงความสำคัญ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องจัดการก่อนเริ่มต้นธุรกิจ นอกจากเป็นการป้องกันข้อผิดพลาด ซึ่งมารู้อีกทีตอนที่เจ้าหน้าที่สรรพากรติดต่อมา แต่เป็นการบอกให้ลูกค้ารับรู้ว่าร้านเรามีตัวตนอยู่จริง สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ รูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคล รูปแบบการจดทะเบียนมี 2 ประเภทคือ แบบบุคคลธรรมดา คือ กิจการเจ้าของคนเดียว ส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดเล็ก สิทธิการบริหารจัดการทุกอย่างกระทำโดยบุคคลเดียว เช่น ร้านค้าต่างๆ และห้างหุ้นส่วนสามัญ เป็นการตกลงร่วมกันเพื่อทำธุรกิจ แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน มีสภาพเป็นบุคคลธรรมดา เช่น การทำธุรกิจของสามี-ภรรยา ซึ่งหุ้นส่วนทุกคนต้องเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา และแบบนิติบุคคล คือ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ตกลงทำกิจการร่วมกัน เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญแบบจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สิ่งที่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจรุ่นใหม่จำเป็นจะต้องรู้และทำความเข้าใจ เมื่อเปลี่ยนรูปแบบในการดำเนินธุรกิจจากบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล คือจุดที่แตกต่างกันของการเป็นเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนั่นเอง สำหรับจุดที่แตกต่างกันก็คือ บุคคลธรรมดานั้นไม่ต้องจัดทำบัญชี การคิดคำนวณภาษี แต่นิติบุคคลจะต้องจัดทำบัญชี จัดทำงบการเงินโดยมีผู้สอบบัญชีตรวจสอบ จำกัดความรับผิดชอบภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น มีความน่าเชื่อถือ เสียภาษีน้อยกว่า อีกทั้งยังได้รับการลดหย่อนภาษีภาษีเงินได้นิติบุคคล…

ประชาชนทั่วไปนั้นทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับความสะดวกสบายกับการลงทะเบียนใช้พร้อมเพย์ ซึ่งบริการนี้ยังมาพร้อมค่าธรรมเนียมการโอนที่ถูกมาก เริ่มต้นที่ 0 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ประชาชนในทุกๆ ภาคส่วนได้เป็นอย่างดี แต่ธนาคารต่างๆนั้นจึงได้เปิดให้บริการเปิดบัญชีธนาคารบัญชีนิติบุคคลพร้อมเพย์ “พร้อมเพย์นิติบุคคล” นั่นคือให้นิติบุคคลสามารถรับ-โอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบพร้อมเพย์ได้ ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับองค์กร หรือบริษัทที่ต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สะดวกและรวดเร็วมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินระหว่างบุคคลกับนิติบุคคล หรือนิติบุคคลกับนิติบุคคลก็สามารถทำได้ โดยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก* แทนการใช้เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลที่เป็นผู้รับโอน จะต้องไปทำการผูกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวันกับทางธนาคารก่อน เพื่อเป็นการสนับสนุนทุกธุรกิจให้ก้าวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล การนำเทคโนโลยีมาใช้ในด้านการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างอินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้งหรือ Digital Banking ที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกรรมทางการเงินและเสริมศักยภาพธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย บริการพร้อมเพย์นิติบุคคลจึงเหมาะกับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก (SME) หรืออีคอมเมิร์ซ ก็สามารถลงทะเบียนรับบริการได้ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถอำนวยความสะดวกสบายในการโอนเงินระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน หรือ บุคคลกับนิติบุคคลก็สามารถทำได้ นอกจากจะง่าย สะดวกขึ้นแล้ว ยังปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการจ่ายเงินสดหรือรับเช็ค และช่วยในเรื่องของการลดภาระ ต้นทุนในการบริหารจัดการและพิมพ์ธนบัตรหรือเช็คได้อีกด้วย ข้อดีจากการทำพร้อมเพย์นิติบุคคล ข้อดีจากการทำพร้อมเพย์นิติบุคคล เป็นการเพิ่มทางเลือกการรับเงินจากประชาชนและนิติบุคคลด้วยกัน โดยการใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก และผู้โอนจะเสียค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ลดความซ้าซ้อนในการมีบัญชีหลายธนาคาร เพื่อรับเงินค่าบริการต่าง ๆ จากลูกค้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และลดความเสี่ยงในการรับเงินสดหรือเช็ค รองรับการรับเงินที่ภาครัฐจะจ่ายให้นิติบุคคลในอนาคต อีกทั้งยังได้รับคืนภาษีพร้อมเพย์ที่รวดเร็วทันใจอีกด้วย ประชาชนส่วนใหญ่ที่รอการคืนภาษีจึงมีความพอใจเป็นอย่างมากในบริการพร้อมเพย์ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมพร้อมเพย์นิติบุคคล