ซื้อของออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปี 2018-2019 ผู้บริโภคนิยมซื้อของออนไลน์เป็นจำนวนมาก ห้างสรรพสินค้าต่างๆยังเป็นที่นิยมแต่ไว้แค่เพียงดูและลองสินค้าเท่านั้น การซื้อขายเสร็จสิ้นเมื่อลูกค้าเลือกที่จะสั่งออนไลน์และรอรับของที่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้าที่คนนิยมซื้อออนไลน์และยังมีอาหารและของใช้จำนวนมาก เพราะราคาที่ถูกกว่าและรวดเร็วในการจัดส่ง การโอนเงินทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนยิ่งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหนที่มีสัญญาณอินเตอร์เนท ก็สามารถโอนเงินไปได้ทุกที่ทั่วโลก การขายของออนไลน์นั้นจะต้องทำอย่างถูกต้องครบถ้วน เช่นมีการจดทะเบียนบริษัทและจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเครื่องหมาย DBD Registered รับรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ

กลลวงในการซื้อของออนไลน์

ซื้อของออนไลน์

กลลวงหลายๆอย่างที่มากับโลกออนไลน์คือ การทุจริตหลอกลวงสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้บริโภคเองนั้นจะต้องตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองก่อนว่า ร้านค้านั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ มีการรีวิวสินค้าทีได้รับอย่างไรบ้าง ระยะเวลาการขนส่งต่างๆใช้เวลานานเท่าไร เพราะบางร้านค้านั้นสั่งสินค้าจากต่างประเทศ จึงทำให้ผู้ซื้อต้องรอสินค้ายาวนานยิ่งขึ้นและอาจไม่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการใช้สินค้าด่วนหรือรีบเร่ง การโอนเงินชำระสินค้านั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการโอนผ่านธุรกรรมใดๆ ทั้งทางธนาคาร e wallet Mobile Banking เพราะชื่อบัญชีต่างๆจะต้องตรงกับที่ทางร้านส่งให้ หลักฐานการโอนเงินต่างๆจะต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น เราสามารถเอาหลักฐานเหล่านั้นไปแจ้งความได้  ข้อกฎหมายต่างๆที่ควบคุมและสิ่งที่เราควรรู้ มีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามเราควรติดต่อร้องเรียน กรณีสินค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์ชำรุด บกพร่อง หรือไม่ได้รับสินค้าเมื่อสั่งซื้อแล้ว เมื่อพบความบกพร่องของสินค้า เราควรถ่ายรูปสินค้าในทุกมุมเก็บไว้ และต้องติดต่อไปยังผู้ขายก่อน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงข้อบกพร่องของสินค้าและสอบถามถึงวิธีการเยียวยาความเสียหาย ถ้าเป็นการซื้อผ่านเว็บไซต์ก็จะมีขั้นตอนและเงื่อนไขในการรับผิดชอบของเว็บไซต์กำหนดไว้แล้ว สามารถติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ ถ้าเป็นการซื้อผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ต้องติดต่อไปยังพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นก่อน ถ้ามีปัญหาไม่สามารถเจรจาต่อรองกับผู้ขายได้แล้ว จึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับแจ้งเรื่องร้องเรียน เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือต่อไปในการร้องเรียนเราต้องเตรียมหลักฐาน ได้แก่ ใบสั่งซื้อสินค้าหรือคำสั่งซื้อสินค้า ข้อความสนทนาการซื้อสินค้าระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ข้อมูลร้านค้า หลักฐานการชำระเงิน ถ่ายรูปสินค้าและเก็บสินค้าไว้เป็นหลักฐาน นำหลักฐานทั้งหมดแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่สถานีตำรวจท้องที่ เพื่อเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีข่าวสารที่สำคัญอื่นๆเช่น เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้ดำเนินโครงการระบบการรับชำระเงินกลางของบริการภาครัฐ (e-Payment Portal of Government) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการรับชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินรายได้และเงินอื่นจากประชาชนและภาคธุรกิจ

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ 20 แนวคิด เทคนิค และวิธีการขายของออนไลน์ให้ขายดี

Author

Write A Comment